วิชาการดอทคอม ptt logo

ซามูไร

โพสต์เมื่อ: 08:39 วันที่ 17 ม.ค. 2550         ชมแล้ว: 43,399 ตอบแล้ว: 94
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ซามูไร คือทหารประเภทหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในยุคก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น

คำว่า ซามูไร (「侍」, Samurai, — ออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า ซะหมุไร ?) มีต้นกำเนิดจากคำว่า ซาบูเรา ซึ่งเป็นคำกริยาในภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า รับใช้ ฉะนั้นซามูไรก็คือผู้รับใช้แก่เจ้านายข้าแผ่นดินนั่นเอง


maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง





จำนวน 80 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ม.ค. 2550 (09:00)
คำว่า ซามูไร ซึ่งถูกเขียนด้วยอักษรจีน (หรือคันจิ) มีความหมายที่แท้จริงว่า “ผู้ที่ให้การรับใช้อย่างใกล้ชิดแก่เหล่าขุนนาง หรือผู้ที่มีตำแหน่งสูง” ในช่วงก่อนยุคเฮอัง ชาวญี่ปุ่นเรียกคำนี้ว่า ซาบูราปิ ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรียกว่า ซาบูไร จนกระทั่งยุคเอโดะ ถึงจะเรียกว่า ซามูไร เหมือนในปัจจุบัน
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 ม.ค. 2550 (09:03)
1332
จุดกำเนิด

เป็นที่เชื่อกันว่า รูปแบบของเหล่านักรบบนหลังม้า มือธนู และทหารเดินเท้าในช่วงศตวรรษที่ 6น่าจะเป็นตัวบทต้นแบบของซามูไรดั้งเดิม ขณะที่จุดกำเนิดของซามูไรสมัยใหม่ยังเป็นปัญหาที่โต้เถียงกันอยู่



หลังจากการสู้รบในสงครามนองเลือดกับฝ่ายราชวงศ์ถังของจีน และชิลละของเกาหลี ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปไปทั่วทุกหัวระแหง โดยการปฏิรูปครั้งสำคัญที่สุดคือการปฏิรูปไทกะ ซึ่งกระทำโดยจักรพรรดิโคโตกุเมื่อ 646 ปีหลังคริสตกาล การปฏิรูปในครั้งนั้น ได้เริ่มนำเอาวัฒนธรรมการปฏิบัติและเทคนิคการบริหารต่าง ๆ ของจีนมาใช้กับกลุ่มชนชั้นสูงและระบบราชการของญี่ปุ่น



เมื่อ 702 ปีหลังคริสตกาล ประมวลกฎหมายโยโรและประมวลกฎหมายไทโฮก็ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับคำสั่งที่ให้ประชาชนมารายงานตัวเป็นประจำกับทางการเพื่อเก็บข้อมูลมาสร้างสำมะโนประชากร ที่ต่อมาจะถูกนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดสำหรับการเกณฑ์ทหาร หลังจากนั้น เมื่อการทำสำมะโนประชากรเสร็จสิ้นลงจนทำให้รู้ว่าประชากรในญี่ปุ่นมีการกระจายตัวกันอย่างไร จักรพรรดิมมมุก็ได้ริเริ่มกฎหมายให้ประชากรเพศชายที่เป็นผู้ใหญ่ 1 ใน 3 ถึง 4 คนต้องถูกเกณฑ์เป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติ โดยผู้ที่จะเข้ามาเป็นทหารเหล่านี้จะถูกขอความร่วมมือให้ส่งมอบอาวุธของตนแก่ทางการ แต่พวกเขาจะได้รับการยกเว้นในการเสียภาษีและการรับหน้าที่ต่าง ๆ เป็นสิ่งตอบแทน





จักรพรรดิคัมมุ (「桓武天皇」, Kanmu Tennō, 桓武天皇?)ในช่วงต้นของยุคเฮอัง ประมาณปลายศตวรรษที่ 8 และต้นศตวรรษที่ 9 จักรพรรดิคัมมุ (「桓武天皇」, Kanmu Tennō, 桓武天皇?) ได้หาทางทำให้อำนาจของตนทรงพลังและแผ่ขยายไปทั่วตอนเหนือของเกาะฮนชู (แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น) แต่กระนั้นเอง ความหวังดังกล่าวก็เริ่มเกิดปัญหา เมื่อกำลังทหารที่จักรพรรดิส่งไปเพื่อปราบกบฏเอมิชิกลับไร้ซึ่งแรงจูงใจและระเบียบวินัยจนต้องแพ้ทัพกลับมา จักรพรรดิคัมมุจึงต้องแก้เกมใหม่โดยการริเริ่มตำแหน่งเซอิไตโชกุง (「征夷大将軍」, Seiitaishogun, 征夷大将軍?) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โชงึง หรือ โชกุน ขึ้นมา เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ไปพิชิตกลุ่มกบฏเอมิชิ เป็นผลให้ทั้งหน่วยประจัญบานบนหลังม้าและนักแม่นธนู (คิวโดะ (「弓道」, Kyudo, 弓道?)) ที่มีทักษะฝีมือ ต้องถูกเรียกเข้ามาเป็นเครื่องมือ สำคัญในการคว่ำกำลังกบฏทั้งหลาย ซึ่งถึงแม้ว่านักรบเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีการศึกษาก็ตาม แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว (ประมาณศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 9) ตามสายตาของทางการแล้ว พวกเขายังถูกมองว่าเป็นชนชั้นที่สูงกว่าคนเถื่อนขึ้นมานิดเดียว



แต่ในที่สุด จักรพรรดิคัมมุก็ยุติการบัญชาทัพของท่านไป และอำนาจของท่านก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน กลุ่มตระกูลที่มีกำลังแข็งแกร่งทั่วเมืองเกียวโต (「京都」, Kyoto, 京都?) ก็ได้เข้าครองตำแหน่งรัฐมนตรี และบางส่วนก็มีอำนาจเป็นผู้ปกครองหรือศาลแขวง กลุ่มผู้ปกครองเหล่านี้มักจะเรียกเก็บภาษีจากประชาชนอย่างหนักหน่วง เพื่อที่จะสะสมความมั่งคั่งและเป็นการคืนกำไรให้กับพวกตน จึงส่งผลสำคัญให้ชาวนาหลายต่อหลายคนไร้ที่ดินอยู่ อัตราการปล้นสดมภ์ก็เพิ่มขึ้น เหล่าผู้ปกครองจึงแก้ปัญหาโดยการรับสมัครผู้ถูกเนรเทศในเขตคันโตให้มาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มงวด เพื่อที่จะใช้พวกเขาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพ บางครั้งก็ให้ไปช่วยเก็บภาษีและยับยั้งการทำงานของเหล่าหัวขโมยและโจรป่า พวกเขาเหล่านี้ได้ถูกเรียกว่า ซาบุไร (saburai) หรือผู้ที่ถวายตัวเป็นข้ารับใช้ให้แก่กองทัพ ซึ่งผู้ที่เป็นซาบุไรมักจะได้เปรียบกว่าคนอื่น เนื่องจากพวกเขาจะได้รับอำนาจทางการเมืองและมีชนชั้นที่สูงขึ้น



แต่ซามุไรบางกลุ่มก็เป็นเพียงชาวนาและพันธมิตรที่จับอาวุธขึ้นปกป้องตนเองจากกลุ่มซาบุไรที่มีอำนาจสูงกว่า และผู้ปกครองที่จักรวรรดิส่งมาเพื่อเก็บภาษีและครอบครองที่ดินของพวกเขา ซึ่งต่อมา ในช่วงยุคเฮอังตอนกลาง ซาบึไรกลุ่มนี้เองได้นำเอาลักษณะพิเศษของชุดเกราะและอาวุธต่าง ๆ ของญี่ปุ่นมาวางไว้เป็นพื้นฐานของกฎแห่งบูชิโด ซึ่งเป็นกฎที่ประมวลรวมหลักจรรยาต่าง ๆ ของพวกเขา



หลังจากการผ่านพ้นของศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา ผู้ที่จะมาเป็นซามูไรต่างได้รับการคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมและอ่านออกเขียนได้ โดยพวกเขาจะต้องสามารถใช้ชีวิตให้กลมกลืนไปกับคำกล่าวโบราณที่ว่า บุง บุ เรียว โดะ (สว่าง, ศิลปะอักษร, ศิลปะการทหาร, วิถีทั้งสอง) หรือ ความกลมกลืนแห่งพู่กันและดาบ ให้ได้ โดยจะเห็นจากชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกเหล่านักรบในช่วงแรก ๆ ว่า อุรุวาชี คำนี้ถูกเขียนขึ้นมาด้วยตัวอักษรคันจิที่มีการผสมรวมระหว่างลักษณะเฉพาะตัวของศิลปะอักษร (「文」, bun, 文?) และศิลปะการทหาร (「武」, bu, 武?) เข้าด้วยกัน และมโนทัศน์เช่นเดียวกันนี้ ยังถูกกล่าวไว้ในเรื่องเล่าแห่งเฮเกะ (เฮเกะ โมโนงาตาริ, สมัยปลายศตวรรษที่ 12) โดยมีการอ้างอิงไว้ในคำกล่าวของตัวละครที่มีต่อการตายของ ไทระ โนะ ไทดะโนริ นักดาบ-นักกวีผู้มีการศึกษาคนหนึ่งว่า:



“เหล่าเพื่อนและพวกศัตรูต่างก็มีน้ำตาชุ่มเปียกที่แขนเสื้อ และพากันกล่าวว่า ‘น่าเสียดายเหลือเกิน! ทาดะโนริเป็นขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ มีฝีมือทั้งศิลปะการใช้ดาบและการกวี’ ”

วิลเลียม สก็อตต์ วิลสัน ได้กล่าวเอาไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อ ไอเดียลส์ ออฟ เดอะ ซามูไร ว่า: “เหล่านักรบในเฮเกะ โมโนงาตาริ ถือได้ว่าเป็นตัวแบบสำหรับนักรบที่มีการศึกษาในรุ่นต่อ ๆ มา และอุดมการณ์ต่าง ๆ ที่ถูกอธิบายโดยนักรบแต่ละคนในเรื่องเล่า ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำตามหรือเอื้อมถึง มากกว่านั้น อุดมการณ์เหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมนักรบชั้นสูง และยังเป็นสิ่งที่ถูกแนะนำว่าเหมาะสมที่จะนำว่าใช้เป็นรูปแบบของมนุษย์ติดอาวุธชาวญี่ปุ่นทุกคน ด้วยอิทธิพลของเฮเกะ โมโนงาตาริ นี่เอง ภาพลักษณ์ของนักรบญี่ปุ่นในงานวรรณกรรมต่าง ๆ จึงสุกงอมอย่างเต็มที่” ต่อมา วิลสันยังได้แปลงานเขียนของนักรบบางคนที่มีชื่อในเรื่องเล่าแห่งเฮเกะนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนที่ได้อ่านปฏิบัติตนตามอีกด้วย
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 ม.ค. 2550 (09:05)
อยากรู้เรื่องของซามูไร มีข้อมูลอีกมากที่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 ม.ค. 2550 (09:13)
1333
ดาบซามูไร

โดย :: กมลศักดิ์ สรลักษณ์ลิขิต



ภายใต้ความประณีตผสมผสานเนื้อเหล็กชั้นดี และวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณราวหนึ่งพันปีเศษ ทำให้ดาบญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดเหนือกว่าดาบของชนชาติอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง



ราวพันปีก่อนช่างตีดาบเขาผลิตดาบเนื้อดีแข็งแกร่งและคมอย่างมีดโกนได้อย่างไร



ภายใต้อาวุธสังหารอันคมกริบ ดาบซามูไรก็เป็นงานศิลปะชั้นยอด เป็นของที่มีค่าและวิธีการตีดาบซามูไรยังเป็นศาสตร์ที่สูงส่งอย่างไม่น่าเชื่อ



คนไทยเริ่มรู้จักดาบซามูไรเมื่อติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยอยุธยา สงครามโลกครั้งที่สอง...ดาบซามูไรเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทหารญี่ปุ่นใช้ตัดหัวเชลยศึกขาด...ได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวและทำให้ดาบซามูไรเริ่มรู้จักกันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา และแทบไม่น่าเชื่อว่า...ยุคทองของดาบซามูไรนั้นมีมานานกว่า ๗๐๐ ปี ถือเป็นยุคที่ดาบมีคุณภาพดีที่สุดเหนือกว่ายุคใดๆ ของดาบญี่ปุ่น





Samurai

...

ซามูไร (Samurai) คือนักรบหรือมีความหมายว่าผู้รับใช้ ดาบคู่กายซามูไรเปรียบเหมือนจิตวิญญาณของซามูไรทุกคน หากซามูไรลืมดาบ...เท่ากับว่านำตนเองไปสู่ความตายได้ทุกเมื่อ ลัทธิ "บูชิโด" สอนให้เหล่าซามูไรยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และจงรักภักดีต่อเจ้านายของตน ซามูไรถือว่าความตายเป็นเรื่องเล็กน้อย ปรัชญาแห่งบูชิโดกล่าวไว้ว่า "ความตายเป็นสิ่งเบาบางยิ่งกว่าขนนก"



ชาวญี่ปุ่นโบราณยกย่องชาวนาและช่างฝีมือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ "ช่างตีดาบ" เดิมนักรบชาวญี่ปุ่นใช้ดาบจากจีนและเกาหลีในการสู้รบ ในสมัย "นาร่า" (Nara Period) ประมาณปี พ.ศ. ๑๑๙๓-๑๓๓๖ หรือประมาณ ๑,๓๐๐ ปีเศษล่วงมาแล้ว ปัญหาที่ตามมาคือเวลาสู้รบดาบมักหักออกเป็นสองท่อน จักรพรรดิจึงสั่งให้ช่างตีดาบปรับปรุงดาบให้ดีขึ้นกว่าเดิม





Nara Period



ช่างตีดาบยุคแรกมีชื่อว่า "อามากุนิ" เขาพัฒนาการตีดาบไม่ให้หักง่ายด้วยการใช้เหล็กที่ดี และมีการศึกษาวิธีทำให้เหล็กแข็งแกร่งกว่าเดิม เหล็กที่ดีของญี่ปุ่นได้จากการถลุง มีชื่อว่า "ทามาฮากาเน่" (Tamahagane)





Tamahagane



อามากุนิพบว่า...การที่จะให้ได้ดาบคุณภาพดีต้องควบคุมของสามสิ่ง คือ การควบคุมความเย็น, การควบคุมปริมาณคาร์บอน และการนำสิ่งปะปนที่อยู่ในเหล็กออก



ปริมาณคาร์บอนคือหัวใจสำคัญในการตีดาบ หากใส่คาร์บอนในเหล็กมากไปเหล็กจะเปราะ, ใส่น้อยไปเหล็กจะอ่อน จึงต้องใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ



เหล็กถูกนำมาหักแบ่งเป็นชิ้นเล็กวางซ้อนกันก่อนหลอม และนำไปตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นจึงพับเหล็กเป็นสองชั้นขณะยังร้อนๆ แล้วตีซ้ำอีกครั้งแล้วครั้งเล่า เหล็กจะซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นหมื่นๆ ชั้น ทำให้คาร์บอนกระจายไปจนทั่วเนื้อเหล็ก แล้วจึงนำไปตีแผ่ออกให้เป็นใบดาบ จะได้ใบดาบที่ดีเนื้อเหล็กแกร่งและคมไม่หักอีกต่อไป



แต่...นี่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นดาบที่สุดยอด



สี่ร้อยปีผ่านมาเข้าสู่สมัยคามาคูระ (Kamakura Period) ราวปี พ.ศ. ๑๗๓๕-๑๘๗๙ จักรพรรดิบอกให้ช่างตีดาบศึกษาวิธีการตีเหล็กจากยุคโบราณ







Kamakura Period



ยุคนี้ถือเป็นจุดเริ่มยุคทองของดาบซามูไร มีการพัฒนาดาบให้ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อกว่า ๔๐๐ ปีก่อน ถือเป็นเทคนิคที่สุดยอดของดาบ มีการเพิ่มวิธีการผสมเหล็กสองชนิดเข้าด้วยกัน เหล็กที่มีความแข็งจะมีปริมาณคาร์บอนสูงใช้ทำเป็นตัวดาบ และเหล็กอ่อนที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำใช้ทำเป็นไส้ดาบเพื่อให้ยืดหยุ่น



จากเหล็กสองชนิดที่ถูกนำมาพับและตีมากกว่าสิบชั้น ทำให้เกิดชั้นเล็กๆ เป็นทวีคูณเป็นหมื่นชั้น ช่างตีดาบจะพับเหล็กแข็งให้เป็นรูปตัว ย และนำเหล็กอ่อนมาวางไว้ตรงกลางเพื่อทำเป็นไส้ใน แล้วนำไปหลอมและตีรวมกันใหแผ่ออกเป็นใบดาบ จากนั้นนำไปหลอมในอุณหภูมิที่เหมาะสมซึ่งมากกว่า ๗๐๐ องศาเซลเซียส แล้วจึงนำมาแช่น้ำเย็น



การแช่น้ำต้องระมัดระวังมาก หากแช่ไม่ดีดาบจะโค้งเสียรูป เหล็กที่มีความแข็งต่างกันเมื่อทำให้เย็นทันทีจะหดตัวต่างกัน ถือเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ใบดาบโค้งได้รูปตามธรรมชาติ



ดาบสามารถฟันคอขาดได้เพียงครั้งเดียว บาดแผลที่ได้รับจากดาบจะเจ็บปวดมาก ซามูไรยังต้องเรียนรู้การใช้ดาบอย่างช่ำชองว่องไวและคล่องแคล่ว ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จากความสามารถนี้เองทำให้ซามูไรเพียงคนเดียวสามารถสังหารศัตรูที่รายล้อมตนกว่าสิบคนได้ภายในชั่วพริบตาด้วยดาบเพียงเล่มเดียว



แต่ประเพณีการต่อสู้ของชนชั้นซามูไรคือการต่อสู้ "ตัวต่อตัวอย่างมีมารยาทด้วยดาบ" ผู้แพ้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือผู้ที่ไร้เกียรติ ซามูไรจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ การฆ่าตัวตายอย่างสมเกียรติด้วยการทำ "เซปปุกุ" คือเกียรติยศของซามูไร



เดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. ๑๘๑๗ ชาวมองโกลของกุบไลข่านบุกญี่ปุ่นที่อ่าวฮากาตะ ด้วยกองทัพเรือ ๘๐๐ ลำ และกองพลสามหมื่นนาย เหล่าซามูไรต้องการจะสู้กันตัวต่อตัวอย่างมีมารยาทเยี่ยงสุภาพบุรุษกับนักรบระดับผู้นำ แต่ไม่ได้ผล พวกซามูไรต้องปะทะสู้ที่ชายหาดกับฝูงธนูอาบยาพิษและระเบิด เป็นสงครามที่ไม่มีระเบียบและตกเป็นรอง พายุไต้ฝุ่นช่วยทำลายกองเรือของชาวมองโกลจนหมดสิ้น การรบครั้งแรกเหมือนการหยั่งเชิงของชาวมองโกลเพื่อดูกำลังของศัตรู



อีกเจ็ดปีต่อมาพวกมองโกลกลับมาอีกครั้งด้วยกองเรือ ๔,๐๐๐ ลำ กองทหารอีกสองแสน พวกซามูไรรบพุ่งกับลูกธนูอย่างกล้าหาญ พวกเขาตัดเรื่องมารยาททิ้งไป ตกกลางคืนเหล่าซามูไรพายเรือลอบเข้าโจมตีพวกมองโกลประชิดตัวด้วยการใช้ดาบที่ช่ำชอง ดาบทหารมองโกลไม่มีทางสู้ดาบซามูไรได้เลย ระหว่างสงครามพายุไต้ฝุ่นก็ทำลายกองเรือของมองโกลอีกครั้ง กองเรือสองในสามจมไปกับทะเลพายุ, ทหารมองโกลจมน้ำตายนับหมื่น พวกที่ว่ายน้ำเข้าฝั่งก็ตายด้วยคมดาบอย่างหมดทางสู้ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเมืองนี้ถูกปกป้องจากพระเจ้า และตั้งชื่อลมพายุนี้ว่า "กามิกาเซ่" (Kami-Kaze) หมายถึงลมศักดิ์สิทธิ์ หรือลมผู้หยั่งรู้



หลังจากนั้นพวกมองโกลก็ไม่ได้กลับมาตีญี่ปุ่นอีกเลย



หลังจากสงครามสิ้นสุด บ้านเมืองอยู่ในความสงบ พบว่าหลังจากการรบที่ผ่านมาดาบมักจะบิ่น จักรพรรดิจึงบอกให้ช่างตีดาบหาวิธีแก้ไข ช่างตีดาบที่สร้างสมดุลของความแข็งและความอ่อนของเหล็กและพัฒนาโครงสร้างของดาบออกเป็นเหล็กสามชิ้น คือ "มาซามูเน่" (Masamune)







Masamune





ราวปี พ.ศ. ๑๘๔๐ ดาบของมาซามูเน่ถือเป็นดาบที่พัฒนาถึงขั้นสูงสุด ในญี่ปุ่นไม่มีช่างตีดาบคนใดจะเทียบได้ เขาสร้างความสมดุลของความแข็งของคมดาบ



เคล็ดลับการทำดาบคือการผสมเหล็กสามชนิดเข้าด้วยกัน เหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนสูงจะใช้เป็นใบดาบด้านข้างที่เรียกว่า Gawa-gane และด้านคมดาบ (Ha-gane) ใช้เหล็กที่แข็งมากโดยผ่านการพับและตีถึง ๑๕ ครั้ง ซึ่งสามารถสร้างชั้นของเหล็กที่ซ้อนกันถึง ๓๒,๗๖๘ ชั้น ทำให้เหล็กเหนียวและแกร่งมากกว่าส่วนอื่นๆ ส่วนเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำจะใช้เป็นส่วนไส้ใน (Core Steel) ทำให้มีความยืดหยุ่นเรียกว่า Shi-gane แล้วนำไปหลอมที่อุณหภูมิประมาณ ๘๐๐ องศาเซลเซียสให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงนำมาตีแผ่ออกเป็นใบดาบ



ช่างตีดาบคนอื่นๆ เริ่มเลียนแบบในเวลาต่อๆ มา



ช่างตีดาบในยุคเดียวกันที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงมาซามูเน่ คือ "มารามาซะ" กล่าวกันว่าใครที่มีดาบของ "มารามาซะ" ไว้ครอบครอง เลือดจะสูบฉีดให้อยากที่จะชักดาบออกมาสังหารคู่ต่อสู้เพราะความคมของมัน ในขณะเดียวกันซามูไรที่ครอบครองดาบของ "มาซามูเน่" กลับสงบนิ่งเยือกเย็น



ดาบญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาช่วงสมัยเอโดะ (พ.ศ. ๒๑๔๖-๒๔๑๐) จากการติดต่อค้าขาย ญี่ปุ่นนำพัดและดาบเข้ามาในอยุธยา



โดยเฉพาะดาบมีความสำคัญต่อพระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางในราชสำนักสยามแต่งตัวในชุดเต็มยศ ห้อยดาบเข้าพิธีสำคัญๆ ต่างๆ ในพระราชสำนัก อีกทั้งหนึ่งในห้าของ "เบญจราชกกุธภัณฑ์" คือ "พระแสงขรรค์ชัยศรี" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สูงสุดแห่งอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่ดาบหรือกระบี่ของตำรวจและทหารในชุดเต็มยศของไทยในปัจจุบัน เรียกว่าดาบทหารม้า (Parade Saber) ซึ่งได้รับอิทธิพลพื้นฐานมาจากดาบญี่ปุ่นทั้งสิ้น





พระแสงขรรค์ชัยศรี



ในสมัยอยุธยา ขณะที่ญี่ปุ่นต้องการสินค้าจากสยาม เช่น ไม้กฤษณา, ไม้ฝาง, น้ำกุหลาบ, พริกไทย เป็นต้น มีการตั้งหมู่บ้านญี่ปุ่นในอยุธยา เมื่อมีชาวญี่ปุ่นมาอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์โดยลี้ภัยทางศาสนาและส่วนหนึ่งเป็นพวกซามูไรแตกทัพที่สูญเสียเจ้านายหรือที่เรียกว่า "โรนิน" (Ronin) แตกทัพจากสงครามเซกิงาฮาร่า ได้โดยสารเรือสำเภาที่กำลังจะเดินทางมาค้าขายยังชมพูทวีปและมาตั้งรกรากในประเทศสยาม สิ่งสำคัญที่นำติดตัวมาด้วยก็คือดาบญี่ปุ่น





Ronin



ซามูไรเหล่านี้ได้กลายเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในเวลาต่อมา



ดาบทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีชื่อเรียกว่า "Gunto" เป็นดาบที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๑๑ และสิ้นสุดการผลิตเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งถือว่าเป็นยุค Modern เป็นดาบที่ทำเพื่อการสงคราม ผลิตจำนวนมาก ยังคงความคมกริบ แต่ไม่ประณีต และไม่มีขั้นตอนการทำอย่างประเพณีโบราณ ดาบรุ่นนี้ตกค้างอยู่ในแถบอินโดจีนจำนวนมากหลังจากสงครามสิ้นสุด ซึ่งอาจจะพบได้ในประเทศพม่าและประเทศไทย ถูกฝังดินอยู่กลางป่าหรือในถ้ำตามเส้นทางเดินทัพของทหารญี่ปุ่น ดาบยุคสงครามจะเป็นดาบที่ใช้ฝักทำด้วยเหล็ก มีห่วงทองเหลืองหรือทองแดงเรียกว่า "โอบิ-โทริ" ใช้สำหรับห้อยกับเข็มขัด ตัวดาบและฝักเหล็กมีน้ำหนักมาก จึงไม่เหมาะที่จะใช้เหน็บเอวอย่างดาบฝักไม้แบบโบราณ ซึ่งมีห่วงผูกเงื่อนที่ทำจากผ้าไหมใช้เหน็บเอวของซามูไร ดาบทหารที่ไม่มีขั้นตอนการผลิตในแบบพิธีกรรมโบราณ จึงไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างดาบของพวกซามูไร





Gunto



ส่วนพิธีกรรมโบราณนั้นมีขั้นตอนมากมายและถือเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่างตีดาบต้องถือศีลกินเจในขณะที่หลอมเหล็ก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เพื่อผลิตดาบให้เป็นมงคลแก่ผู้เป็นเจ้าของดาบเล่มนั้นๆ ดาบคล้ายกับเครื่องลางของขลัง หรืออย่างพระเครื่องของคนไทยที่ปลุกเสกจากเกจิอาจารย์ดัง



ช่างตีดาบและลูกมือจะร่วมมือกันทำดาบเพียงหนึ่งเล่มในระยะเวลามากกว่าเดือน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าช่างตีดาบที่ดีจะทำดาบที่ดีออกมา หากช่างตีดาบมีจิตใจไม่ดีดาบที่ตีออกมาก็จะไม่ดีไปด้วย ดาบแต่ละเล่มจึงมีราคาไม่เท่ากัน กล่าวกันว่า...บางเล่มราคามากกว่าที่ดินหนึ่งผืน หรือดาบที่ดีเพียงเล่มเดียวอาจจะมีราคาสูงกว่าหอกสามร้อยเล่ม



ในสมัยโบราณดาบจึงไม่ใช่อาวุธที่สามารถจะซื้อมาใช้ในกองทัพได้ นอกจากเป็นสมบัติส่วนตัวของเหล่าซามูไรเท่านั้น







ช่างตีดาบที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน



"ซาดาอิจิ กัสสัน" Sadaeji Gassan ช่างตีดาบที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง เราอาจจะเคยเห็นท่านถือดาบไว้ในมือกับโฆษณานาฬิกาโรเล็กซ์เมื่อหลายปีก่อน



กัสสันเป็นตระกูลช่างตีดาบที่ตกทอดมากว่า ๗๐๐ ปี ปัจจุบันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมการตีดาบอย่างประณีตตามขั้นตอนและวิธีการแต่โบราณจากยุคทอง สมัยคามาคูระ โดยเป็นมรดกตกทอดมาถึง "ซาดาโตชิ กัสสัน" (Sadatoshi Gassan) ดาบซามูไรยังคงความประณีตงดงามถือเป็นงานศิลปะขั้นสูงสุดตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ปัจจุบันยังมีช่างตีดาบอีกจำนวนมากที่ตีดาบตามแนวทางดั้งเดิม





Sadatoshi Gassan

..........





ยุคสมัยของดาบซามูไร แบ่งออกได้ ๔ ยุค





๑. ยุคดาบโบราณ (Ancient Sword) ก่อนคริสต์ศักราช ๙๐๐ (ก่อน พ.ศ. ๑๔๔๓) ยุคที่ดาบของ "อามากุนิ" ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการถลุงเหล็กเนื้อดีในสมัยนาร่า







๒. ยุคดาบเก่า (Old Sword) ราวปี พ.ศ. ๑๔๔๓-๒๐๗๓ ถือเป็นยุคทองของดาบซามูไร แทบไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ศิลปะไทย จะอยู่ในช่วงเดียวกับศิลปะสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๘) จนถึงสมัยศิลปะสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๒๐) ในขณะที่ปี พ.ศ. ๑๘๔๐ เป็นปีที่ดาบของ "มาซามูเน่" ถือกำเนิดขึ้นและภูมิปัญญาขั้นสูงสุดที่ตกทอดเป็นมรดกของดาบชั้นยอด







๓. ยุคดาบใหม่ (New Sword) ราวปี พ.ศ. ๒๑๓๙-๒๔๑๐ ซึ่งอยู่ช่วงเดียวกับศิลปะสมัยอยุธยา และต้นรัตนโกสินทร์ คือช่วงสมัยเอโดะ และยุคที่ญี่ปุ่นปิดประเทศห้ามคนเข้าออกอย่างเด็ดขาด (พ.ศ. ๒๑๘๒)



๔. ยุคดาบสมัยโมเดิร์น (Modern Sword) ราวปี พ.ศ. ๒๔๑๑ ถึงปัจจุบัน ยุคที่ดาบทหารถือกำเนิดขึ้น (พ.ศ. ๒๔๑๑-๒๔๘๘) การผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อการสงครามไม่มีพิธีกรรมแบบโบราณ ดาบญี่ปุ่นมัวหมองเพราะถูกใช้ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ การตัดคอเชลยศึกไม่ใช่ประเพณีของชนชั้นซามูไร พอมาถึงสมัยปัจจุบันดาบกลายเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่มีราคาแพง







ชนิดของดาบซามูไร



ดาบมีหลายแบบและหลายประเภท แต่สามารถแบ่งชนิดหลักๆ ออกได้ ๓ ชนิดดังนี้



ดาบยาว (Long Sword)



๑. "ตาชิ" (Tachi) ดาบยาวของทหารม้า มีความโค้งของใบดาบมาก ใช้ฟันจากหลังม้า มีความยาวของใบดาบมากกว่า ๗๐ เซนติเมตร



Tachi



๒. "คาตานะ" (Katana) ดาบที่มาแทนที่ดาบตาชิของทหารม้า ตั้งแต่กลางสมัยมุโรมาชิ (ราว พ.ศ. ๒๐๐๐) สามารถใช้ต่อสู้บนพื้นดินได้คล่องตัวกว่า เพราะมีความโค้งน้อยควบคุมได้ง่าย ความยาวใบดาบโดยประมาณ ๖๐.๖ เซนติเมตรขึ้นไปถึง ๗๐ เซนติเมตร







Katana



..............



ดาบขนาดกลาง (Medium Sword)



"วากิซาชิ" (Wakizashi) ดาบที่ใช้พกพาคู่กับดาบคาตานะของซามูไร ใบดาบมีความยาวตั้งแต่ ๑๒ นิ้วถึง ๒๔ นิ้ว ดาบที่ซามูไรใช้สำหรับทำ "เซปปุกุ" เมื่อยามจำเป็น และเป็นดาบที่ซามูไรสามารถนำติดตัวเข้าเคหสถานของผู้อื่นกรณีเป็นผู้มาเยือนได้โดยไม่ต้องฝากไว้กับคนรับใช้



wakizashi



ตามปกติซามูไรจะพกดาบสองเล่ม และโดยธรรมเนียมห้ามพกดาบยาวเข้ามาในบ้านของผู้อื่น ต้องฝากไว้หน้าบ้านเท่านั้น



......



ดาบขนาดสั้น (Short Sword)



๑. "ตันโตะ" (Tanto) มีลักษณะคล้ายมีดสั้น ความยาวน้อยกว่าดาบวากิซาชิ



Tanto



๒. "ไอกุชิ" (Aikuchi) คล้ายมีดไม่มีที่กั้นมือ ใช้สำหรับพกในเสื้อ เหมาะกับสตรี





Aikuchi



ความงามของดาบซามูไร



ตลอดทั้งตัวดาบหากสังเกตจะเห็นว่าดาบนั้นมีความงดงามมาก งามตามธรรมชาติทั้งๆ ที่ไม่มีเครื่องประดับใดๆ จุดเด่นคงอยู่ที่ลักษณะใบดาบที่โค้งได้รูป ถือเป็นการออกแบบที่สุดยอด



ลวดลายน้ำบนใบดาบเรียกว่า "ฮามอน" ถูกประดิษฐ์ขึ้นมากว่าพันปีโดย "อามากุนิ" ไม่เป็นเพียงลวดลายที่งดงามอย่างเดียว แต่เป็นความลับของคมดาบด้วย



ในส่วนของที่กั้นมือเรียกว่า "Tsuba" (Handguard) มักทำจากเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง หรือเงิน เป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยม มีการทำลวดลายต่อเนื่องทั้งสองด้านมาตั้งแต่โบราณ มีมากมายหลายแบบจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ยกเว้นของดาบทหารที่มีลวดลายเดียวเฉพาะเท่านั้น)



ส่วนด้ามจับที่ทำด้วยไม้ หุ้มทับด้วยหนังปลากระเบนและผ้าไหม พับเว้นช่องเป็นรูปข้าวหลามตัด คือเอกลักษณ์ของดาบที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง



เรื่องราวของดาบยังมีอีกมากมาย ล้วนแต่เป็นรายละเอียดที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นลายของเนื้อเหล็กที่เกิดจากการตีเหล็กและหลอม, ชนิดของลวดลายฮามอนบนใบดาบ หรือดาบกับการทำ "เซปปุกุ" หรือการคว้านท้อง เป็นต้น



จากประสบการณ์ของผู้เขียน...ที่ได้สัมผัสกับดาบซามูไรเก่า พบว่าตัวดาบมีคุณลักษณะพิเศษ คือสามารถทรงตัวให้วางตั้งอยู่บนฝ่ามือได้โดยตัวดาบไม่ล้มแม้จะขยับมือไปมา จากการทดลองดูด้วยดาบซามูไรจำนวน ๓ เล่ม ซึ่งสามารถตั้งได้ทั้งหมด คงไม่ใช่เพราะความบังเอิญ เพราะว่ายังทดลองเอาดาบของไทยมาวางดู แต่ไม่สามารถตั้งได้อย่างดาบญี่ปุ่น



ปัจจุบันดาบญี่ปุ่นกลายเป็นงานศิลปะที่มีราคาสูงมาก ดาบที่ขายเป็นของที่ระลึกนั้นจะไม่คม และทำด้วยสเตนเลส เป็นของประดับบ้าน



ดาบยังมีการผลิตในต่างประเทศด้วย เช่น ประเทศสเปนและไต้หวัน ส่วนดาบที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นตามขั้นตอนแบบพิธีโบราณนั้น ก็ยังมีอยู่มากมาย ยังคงเป็นดาบแท้ตีใบดาบด้วยเหล็ก หลายๆ ตระกูลอย่าง "ตระกูลกัสสัน" ยังใช้เหล็กเนื้อดีมีความคมกริบเหมือนเกือบพันปีที่ผ่านมา



ดาบถูกตกแต่งหลายๆ แบบมากมายด้วยเงิน, ทอง การประดับประดาและการแกะลวดลายลงบนใบดาบ



รัฐบาลญี่ปุ่นดูแลการผลิตดาบอย่างเข้มงวดเพื่อให้ทรงคุณค่าต่อไปอย่างมีเอกลักษณ์ แม้ปัจจุบันดาบจะไม่ได้เป็นจิตวิญญาณของซามูไรอย่างแต่ก่อน แต่ก็คงเป็นตำนานแห่งอาวุธสังหาร และงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดสืบไป







ข้อมูลประกอบการเขียน



๑. อิชิอิ โยเนะโอะ, โยชิกาวะ โทชิฮารุ. ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ๖๐๐ ปี. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ, ๒๕๔๒.



๒. ภิรมย์ พุทธรัตน์ แปล. ซามูไร นักรบชนชั้นของญี่ปุ่น. อมรการพิมพ์, กรุงเทพฯ, ๒๕๓๐.



๓. John M. Yumoto. Samurai Swords a Handbook. thirty-sixth printing, Charles E. Tuttle Publishing Company, Inc. Tokyo, 2000.



๔. David Miller. Samurai Warriors. Pegasus Publishing Ltd, New York, 1999.



๕. Soul of The Samurai Sword. Discovery Channel.



ที่มา ::
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 17 ม.ค. 2550 (09:15)
อยากรู้เรื่องของดาบซามูไร มีข้อมูลอีกมากที่ http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=455



โชคดีคับ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 ม.ค. 2550 (09:23)
1334
ภาพชุดเกราะ ของนักรบซามูไร สวยมากคับ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 ม.ค. 2550 (09:26)
1335
Nara Period
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 ม.ค. 2550 (09:27)
1336
เหล็กถูกนำมาหักแบ่งเป็นชิ้นเล็กวางซ้อนกันก่อนหลอม
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 ม.ค. 2550 (09:29)
1338
ดาบทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีชื่อเรียกว่า "Gunto" เป็นดาบที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๑๑ และสิ้นสุดการผลิตเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งถือว่าเป็นยุค Modern เป็นดาบที่ทำเพื่อการสงคราม ผลิตจำนวนมาก ยังคงความคมกริบ แต่ไม่ประณีต และไม่มีขั้นตอนการทำอย่างประเพณีโบราณ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 17 ม.ค. 2550 (09:31)
1339
คาตานะ" (Katana) ดาบที่มาแทนที่ดาบตาชิของทหารม้า ตั้งแต่กลางสมัยมุโรมาชิ (ราว พ.ศ. ๒๐๐๐) สามารถใช้ต่อสู้บนพื้นดินได้คล่องตัวกว่า เพราะมีความโค้งน้อยควบคุมได้ง่าย ความยาวใบดาบโดยประมาณ ๖๐.๖ เซนติเมตรขึ้นไปถึง ๗๐ เซนติเมตร
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 ม.ค. 2550 (09:34)
1341
คะตะนะ (「日本刀」, Katana, 日本刀?) เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายความถึงอาวุธประเภทดาบ หรือที่เรียกว่า ดาบซามูไร มีลักษณะเป็นดาบคมด้านเดียว เอาไว้เพื่อฟันหรือเพื่อตัด เป็นดาบมีลักษณะพิเศษคือ ไม่หัก ไม่งอ และคม และเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีคุณค่า มีวิธีการผลิตเฉพาะในญี่ปุ่นคือ เอาโลหะมาเผาและตีแผ่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้ดาบที่มีความแข็งแรง คม ใช้เป็นอาวุธประจำกายของเหล่านักรบซามูไร ผู้ปกป้องอารักขาคุ้มครองเหล่าขุนนางแห่งญี่ปุ่น โดยปกติจะพกติดตัวตลอดเวลาจำนวน 2 เล่มคือ ดาบยาว หรือ คะตะนะ และดาบสั้น หรือ วาคิซาชิ



( ข้อมูลได้มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B0#.E0.B8.84.E0.B8.A7.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B8.AA.E0.B8.B3.E0.B8.84.E )
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 17 ม.ค. 2550 (11:27)
maeada_wai - วันที่ 17 ม.ค. 2550 - 09:28:26



1337

Kamakura Period
xiumei
ร่วมแบ่งปัน33 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 22 ม.ค. 2550 (16:59)
wow ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ
ศรา_อีปราส
ร่วมแบ่งปัน928 ครั้ง - ดาว 1 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 29 ม.ค. 2550 (19:16)
อยากรู้เรื่องนินจา จังเลยคับ
เก้นจัง
ร่วมแบ่งปัน37 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 1 ก.พ. 2550 (11:29)

2331
ลักษณะของดาบ "ตาชิ" (Tachi) ดาบยาวของทหารม้า
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 1 ก.พ. 2550 (11:55)
วางภาพไม่ได้ ทำไงดี ทุกที่ไม่เห็นเป็นแบบนี้นิ ช่าวบอกหน่อยคับ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 1 ก.พ. 2550 (12:18)


2338
พวกทหาร ที่ต้อง ทิ้งบ้านเกิด มาด้วยใจ ก็เลยต้องการระบายอารมณ์ ซึ่งนั่นไม่ใช่วิถีของบูชิโด เเละนั่น ก็ไม่เรียก ว่าซามูไร ด้วยครับ เพราะซามูไร จะต่อสู้กับศัตรูที่มีอาวุธอยู่ในมือเท่านั้น
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 6 ก.พ. 2550 (08:21)
2561
ลายน้ำที่ตรงใบของดาบซามูไร
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 6 ก.พ. 2550 (08:31)
2564
เงาวับ จับตา
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 6 ก.พ. 2550 (09:33)
2575
An Oshigata Book of Modern Japanese Swordsmiths 1868 - 1945 by John Scott Slough
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 6 ก.พ. 2550 (09:34)
2576
NBTHK Hozon Kanteisho
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 6 ก.พ. 2550 (09:44)
2577
ฝัก ที่จับหรือฝัก และตัวดาบ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 7 ก.พ. 2550 (14:26)
2620
ซามูไรคนสุดท้าย ตัวจริง http://www.thailandoutdoor.com/GunStory/LastSamurai/lastsamurai.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 7 ก.พ. 2550 (14:32)
2621
วิจารณ์หนังสนุก The Last Samurai http://movie.sanook.com/review/review_09882.php
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 7 ก.พ. 2550 (14:42)
2622
http://www.siamzone.com/movie/m/3090/picture/3
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 7 ก.พ. 2550 (14:49)
2623
ชุดเกราะซามูไร
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 7 ก.พ. 2550 (14:53)
2624
เทียวแดน ซามุไร http://www.vacationzone.co.th/webboard/Question.asp?GID=12574
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 7 ก.พ. 2550 (14:55)
2625
ชุดเกราะซามูไร
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 7 ก.พ. 2550 (14:59)
2626
鎧 : よろい yoroi ชุดเกราะ ตุ๊กตาญี่ปุ่น
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 7 ก.พ. 2550 (16:09)
2628
[font color=green][BOKUTO/BOKKEN (ดาบไม้) /font] http://www.samuraithai.com/sword.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 12 ก.พ. 2550 (21:59)
2864
_ _ _ ซามูไร ... รุ่นสุดท้าย _ _ _



เห็นชื่อหนัง The Last Samurai ซึ่งแสดงนำโดย ทอม ครูซ แล้ว ทำให้เกิดความคิดคำนึงว่า แท้ที่จริงนั้น ใครกัน คือ ซามูไรรุ่นสุดท้ายในญี่ปุ่น ทีมงาน ต๋วย'ตูน จึงค้นคว้าหาความจริงมาเล่าสู่กันฟัง ... พวกเราก็เลยได้อานิสงค์รับรู้ไปด้วยนะจ๊ะ



ประวัติศาสตร์นักสู้ซามูไร เริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 11 เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ ชาวบ้าน ตลอดจนขุนนางญี่ปุ่น จึงหันไปพึ่งพาผู้มีฝีมือในเชิงยุทธ ที่ขนานนามกันว่า "ซามูไร" จากนั้นมาซามูไรก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ "โชกุฯ" อัครมหาเสนาบดี และ "โตเมียว" เจ้าผู้ครองนครต่างๆ ของญี่ปุ่น ต่างก็มีซามูไรเป็นกองทัพไว้ประดับบารมี



อาวุธประจำกายของซามูไรนั้น ทั่วโลกรู้ดีว่า คือ ดาบอันคมกริบ ซามูไรบางคนใช้วิธีฝึกฝนความคมดาบของตน โดยอาศัยร่างของชาวบ้านสามัญชนเป็นที่ทดสอบ แบบนี้ชาวบ้านก็ผวาไปตามกันซีครับ ดังนั้น ในสมัยของโชกุน โตกูงาวะ จึงมีกฎหมายอนุญาตให้ซามูไรเอาศพของนักโทษประหาร ไปรองรับคมดาบของตนได้ วิธีการก็คือ เอาศพไปมัดติดกับหลัก ซึ่งทำจากลำไม้ไผ่ จากนั้นนักดาบในชุดซามูไรออกศึก (กามิ ชิโม) ก็จะถือดาบเยื้องย่างเข้ามาพินิจพิจารณาดูว่า จะฟันส่วนใดของศพจึงจะเหมาะสม เช่นว่า การฟันข้อมือจะง่ายดายที่สุด ส่วนการฟันขาดสะโพก (เรียว กูรูม่า) หรือฟันตัดสองบ่า (ไต-ไต) จะยากที่สุด หลังจากฟันแล้ว ซามูไรก็จะตรวจสอบดาบของตนอย่างละเอียดว่า มีบิ่น หรืองอหรือไม่ เสร็จแล้วก็ไปตรวจตรา ร่องรอยการฟันบนร่างศพ



ามูไรที่เก่งกาจนั้น มีดาบชั้นดีไว้ครอบครองครับ เช่น ดาบที่ผลิตจากสำนักตีดาบมีระดับ เช่น ติมบะ โนะ กามิ โยชินามิ (ค.ศ.1565-1635) หรือสำนักของ อิโนอูเอะ ชินกาอิ (ราว ค.ศ.1674)



ศิลปะการใช้ดาบต่อสู้อย่างรวดเร็วฉับไวนั้น สร้างชื่อเสียงให้ซามูไร จนใครได้ยินชื่อก็หนาว



แต่ ... เมื่อถึงกาลเวลาหนึ่ง ดาบซามูไรก็ต้องถูกสยบ ด้วยอาวุธอื่นอันทรงอานุภาพกว่า



ในปี ค.ศ.1551 หนุ่มนักสู้วัย 20 ปี นาม โอดะ โนบูนางะ ขึ้นเป็นไดเมียวครองนครเล็กๆ โอวาริใกล้กับเมืองนาโงยาในปัจจุบัน เขาได้สร้างวีรกรรมที่ทำให้ญี่ปุ่นทั้งประเทศตื่นตะลึง นั่นคือ สามารถใช้นักรบเพียง 3,000 คน ยืนหยัดต่อสู้ และพิชิตกองทัพขนาด 25,000 คน ของ อิมะงาวะ ซึ่งเป็นไดเมียวนครใหญ่ โดยอิมะงาวะนั้น คิดการใหญ่ ต้องการเป็นโชกุน แลยกกำลังออกปราบปรามเมืองใหญ่น้อย แต่โนบูนางะไม่ยอมก้มหัวให้ เขาใช้กลยุทธ์หลอกเอากองทัพของอิมะงาวะ ไปติดกับในซอกเขา ท่ามกลางหมอกหนา แล้วนำนักรบจำนวนน้อยของตน ถล่มข้าศึกจนราบคาบ



ก่อนหน้านี้ ในปี ค.ศ.1542 ชาวโปรตุเกสได้มาถึงญี่ปุ่นเป็นหนแรก เพื่อค้าขาย พวกเขาได้นำปืนยาว อาวุธชนิดใหม่ ที่ชนชาวญี่ปุ่นไม่เคยเห็นมาด้วย เจ้าครองนครต่างๆ ชื่นชมมาก เพราะมันมีพลานุภาพเหนือกว่าหน้าไม้ และธนูหลายเท่า และโดยที่พี่ยุ่นนั้น ถนัดในเรื่องก๊อปปี้ ดังนั้น จึงมีข้อมูลที่พ่อค้าโปรตุเกสคนหนึ่งบันทึกไว้ เพียงชั่วหกเดือน นับจากที่ได้ลูบคลำปืนเป็นครั้งแรก เหล่าช่าวญี่ปุ่นก็สามารถผลิตปืนขึ้นเองได้ถึง 600 กระบอก



ปืนนั้นเป็นอาวุธระยะไกล สามารถสังหารข้าศึกได้แบบไม่ทันรู้ตัว ในอมตะวรรณกรรม "ผู้ชนะสิบทิศ" ของ "ยาขอบ" เมื่อ บุเรงนอง จอมทัพพม่า ได้เห็นอานุภาพของปืนเป็นครั้งแรก ก็ยังทรงรำพึงอย่างรันทดพระทัยว่า ต่อแต่นี้ไป คงจะไม่ได้เห็นภาพการต่อสู้ด้วยดาบ หรือทวนอย่างห้าวหาญ สมกับเป็นนักรบอีกแล้วครับ แม้นักรบซามูไรหลายคนจะเหยียดหยาม นักรบถือปืนว่า ขี้ขลาดตาขาว แต่โนวุนางะเป็นขุนศึกประเภทคิดใหม่-ทำใหม่ เขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่า ยุคแห่งอาวุธทันสมัยได้มาถึงแล้ว และหากเขาต้องการรวมรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว เขาจำเป็นต้องใช้ปืน



นอกจากปืนแล้ว โนบูนางะยังมียอดขุนพลคู่ใจ ซ้าย-ขวา คือ โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ กับ โตกูงาวะ อิเอยาสุ (สองคนนี้ต่อมาโด่งดังสุดๆ ทั้งคู่) ทำให้ โนบูนางะสามารถแผ่ขยายอำนาจกว้างขวางออกไปได้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็พบอุปสรรคสำคัญ ซึ่งมิใช่กองทัพของไดเมียวใด



หากทว่า เป็นสมณะนักรบ แห่งพุทธศาสนา !



ในปี 1571 โนบูนางะยกกำลังกองทัพ 30,000 คน ไปล้อมวัดซากาโมโต บนเขาฮิเออิ ทางเหนือของเกียวโต วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ทั้งของผู้นับถือศาสนาพุทธ และชินโต แต่พระภิกษุในวัดปฏิเสธไม่ยอมอ่อนน้อม และอพยพชาวบ้านลูกเล็กเด็กแดงทั้งหลายเข้ามาหลบ ภายในวัด



เหตุการณ์ต่อจากนี้ บาทหลวง หลุยส์ ฟรังส์ มิชชันนารีซูอิต ได้บันทึกไว้ว่า



"เมื่อรู้ว่าชาวบ้านทั้งหมดได้ไปปักหลักอยู่ในวัด โนบูนางะก็สั่งการทันที ให้เอาปืนระดมยิง ใช้ไฟเผา และบุกเข้าไปใช้ดาบสังหารทุกคนภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง หรือเด็กเล็ก"



และหลังจากนี้ โนบูนางะก็ได้นำกลยุทธ์การรบแผนใหม่มาใช้ โดยดาบซามูไรไม่มีทางเทียบได้เลย



ในการรบแบบเดิมๆ ของซามูไร พวกเขาจะควบม้าดาหน้าเข้ามา พร้อมกับกวัดไกวดาบในมือ ประจัญบานห้ำหั่นกันแบบถึงเนื้อถึงตัว แต่เมื่อพบกับกลยุทธ์ใหม่ของโนบูนางะ พวกเขาไม่มีโอกาสหรอกครับ โนบูนางะจัดวางพลปืนจำนวน 3,000 คนของเขา รับมือทหารม้าซามูไร โดยตั้งแนวเป็นชั้นๆ และไม่ยิงพร้อมกันทีเดียวหมดทุกคน เมื่อแถวหน้ายิงออกไป แล้วก็จะบรรจุกระสุน ระหว่างนั้น แถวที่ 2 และ 3 ก็ยิงออกไปทีลัแถวตามลำดับ ยิงออกไป 3-4 ชุด ทัพม้าซามูไรก็ไม่เหลือ



เมื่อเห็นเช่นนั้น วัดอื่นๆ ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของปืน และตั้งต้นสร้างโรงงานผลิตปืนเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะเมืองอิสระ ซากาอิ ถึงกับเป็นแหล่งอุตสาหกรรมค้าขายปืน ให้กับผู้ซื้อทุกราย ไม่มีเกี่ยงในปี 1575 นั้น ถึงกับกล่าวกันว่า ทัพของโนบูนางะทันสมัย ยิ่งกว่าทัพขนาดเล็กของยุโรปเสียอีก



ถัดไป คือ วัด ฮอนงันจิ ในโอซากา ซึ่งเป็นวัดใหญ่ มีสานุศิษย์ที่ร่ำรวยมาก มีขุมกำลังซามูไรที่สามารถ ซึ่งก็มื ภิกษุสมณะของวัดนั่นเอง บรรดาหลวงพ่อ และหลวงพี่แห่งวัดนี้ ใช้เวลานอกเหนือการปฏิบัติธรรม มาฝึกฝนการใช้ดาย และธนูอย่างช่ำชอง จนต่อต้านกองทัพปืนยาวของโนบูนางะได้นานถึง 11 ปี ! โนบูนางะจึงเปลี่ยนไปใช้การบุกทางทะเล โดยใช้ปืนใหญ่ขนาดเล็ก ระดมยิงจากเรือเหล็ก ซึ่งยุทธวิธีนี้ ล้ำหน้าการรบทางเรือของอเมริกา ในสงครามกลางเมือง ถึง 300 ปีเชียวครับผม



ดีแต่ว่า พระจักรพรรดิทรงเห็นว่า วัดใหญ่ และสำคัญแห่งนี้จะไม่รอดพ้นความพินาศ จึงยื่นพระหัตถ์มาไกล่เกลี่ย โดยให้โนมูนางะครอบครองโอซากาได้ และภิกษุในวัดฮอนงันจิ ก็ยังปฎิบัติธรรมต่อไปอย่างอิสระได้เช่นกัน ซึ่งพระท่านก็ยินดีที่ไม่เสียหน้า ต้องยอมแพ้



ถึงจุดนี้ ท่านผู้อ่านเห็นด้วยไหมครับ ถ้าจะกล่าวว่า นักดาบซามูไรขนานแท้รุ่นสุดท้าย ที่ยืนหยัดต่อสู้กับอาวุธไฮเทค (ในยุคนั้น) ได้อย่างทรหด ก็คือ สมณะแห่งพุทธศาสนา นั่นเอง



ในที่สุด โนบูนางะก็มีอำนาจสูงสุดในญี่ปุ่น เขามิได้เก่งในเชิงรบอย่างเดียว หากการบริหารก็เยี่ยมยอด เขาบูรณะวังหลวงให้แก่จักรพรรดิ เพิ่มรายได้ประจำปีให้พระองค์ เพื่อให้สมแก่ พระเกียรติ เขาสนับสนุนโชกุน โยชิอากิ แต่เมื่อโชกุนมีทีท่าไม่น่าไว้ใจ เขาก็เนรเทศไปเสียจากนครหลวง เขาเคยกล่าวกับบาทหลวงฟรังส์ว่า



"ไม่ว่า จักรพรรดิ หรือโชกุน ข้าก็ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์หมดสิ้นแหละ"



นอกจากนี้ โนบูนางะยังเสริมสร้างความแข็งแรง ในด้านเศรษฐกิจ และค้าขายให้กับญี่ปุ่นด้านการทหาร ก็มีทหารม้าชั้นดีถึง 20,000 นาย



แต่วาระสุดท้ายของเขาก็มาถึงอย่างกะทันหัน ในปี 1582 ขณะที่เขาพักผ่อนอยู่ในที่พำนัก ในเกียวโต แวดล้อมด้วยทหารในสังกัด ของนายพลอาเคชิ มัตสุฮิเดะ ผู้ซึ่งฝักใฝ่ในองค์จักรพรรดิ และต้องการโค่นล้มโนบูนางะ บาทหลวงฟรังส์บันทึกเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า



"เหล่าทหารของอาเคชิ กรูผ่านประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการขัดขวาง เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดการกบฎ โนบูนางะเพิ่งล้างหน้าล้างตา หลังตื่นนอนเช้าตรู่ ทหารที่ทรยศได้ยิงธนูเสียบสีข้างของเขา ในบูนางะกระชากลูกธนูออก แล้วฉวยดาบโค้งยาวออกมาต่อสู้ แต่อีกเพียงครู่เดียว ก็ถูกยิงเข้าที่แขนอีก เขากลับเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูลั่นดาล บางคนกล่าวว่า เขากระทำฮาราคีรี แต่บางคนก็เชื่อว่า เขาจุดไฟเผาห้อง และตายในกองเพลิง เรารู้แน่นอนแต่เพียงว่า บุรุษผู้ที่แม้แต่ทหารก็ยังเงียบเสียง เพียงได้ยินชื่อเขา ได้ตายไปในที่นั้น โดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ กระทั่งเส้นผมสักเส้นเดียว ..."



จุดจบของผู้ที่สยบนักรบซามูไรได้อย่างราบคาบ ช่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร หรือเป็นผลกรรมตามสนองจากการที่เขา ได้เข่นฆ่าอย่างทารุณต่อสมณะนักสู้ ในพระพุทธศาสนา ... ซามูไร รุ่นสุดท้าย



ต๋วย'ตูน 1 กพ.47 http://advisor.anamai.moph.go.th/healthteen/picup/samurai.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 23 ก.พ. 2550 (16:02)
3454
ใครช่วยอธิบายได้ทีว่า นี่คือดาบอะไร อยุ่ในยุคไหนของประเทศอะไร


ในดาบฝักนี้ประกอบไปด้วยดาบยาว 1.4 เมตรหนึ่งเล่ม ดาบยาว 90 ซม หนึ่งเล่มและมีดซ่อนอีก 2 เล่ม ภายในด้ามมีหยกฝังอยุ่หนึ่งเม็ดใหญ่และมีมีดเล็กถูกด้วยคำภีร์ ผ้ามีคำอธิบายอะไรบางอย่างเป็นภาษาจีนหรือญีปุ่นก็ไม่ทราบ ดาบอยุ่ในฝักจะม้วนแต่เมื่อชักออกมาจะตรง





ใครรู้กรุณาตอบกลับหาผมด้วย imme_rachi@yahoo.com
imme
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 28 ก.พ. 2550 (21:45)
3752
ภาพถ่ายซามูไรในชุดเกราะ ถ่ายในช่วงทศวรรษที่ 1860 โดย เฟรีเช บีอาโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 28 ก.พ. 2550 (21:49)
3753
ซามูไรของกลุ่มซัตสึมะ ในช่วงสงครามโบชิง ถ่ายโดย เฟรีเช บีอาโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 28 ก.พ. 2550 (21:52)
3755
ยุคดาบโบราณ (Ancient Sword) ก่อนคริสต์ศักราช ๙๐๐ (ก่อน พ.ศ. ๑๔๔๓) ยุคที่ดาบของ "อามากุนิ" ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการถลุงเหล็กเนื้อดีในสมัยนาร่า

จาก http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=455
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 28 ก.พ. 2550 (22:00)
3760
หนังดีสนุกมากๆ
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 24 พ.ค. 2550 (08:35)
9871
『風俗画報 第二百二十九号』(東陽堂・明治34年発行)より
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 24 พ.ค. 2550 (08:41)
ภาพเขียนเก่าแก่ของญี่ปุ่น http://art.online.ha.cn/classic/song.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 24 พ.ค. 2550 (08:45)
9872
レベル60で放置してました( ;)
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 24 พ.ค. 2550 (08:48)
9873
ราคา ¥21,000 สนใจที่นี่คับ http://www.kyoto-miyage.jp/syouhin/sword282.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 24 พ.ค. 2550 (08:56)
9876
河 北 古 代 墓 葬 壁 画 ภาพเขียน http://www.china-culture.com.cn/ww/bk/14.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 24 พ.ค. 2550 (08:57)
9877
อย่างเท่
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 24 พ.ค. 2550 (09:02)
日本古代的武士 http://www.ah163.net/zt/show.php?id=1469
9878

maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 24 พ.ค. 2550 (09:06)
9879
刀剣 http://www.toyokuni.net/bkatana/samurai.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 24 พ.ค. 2550 (09:08)
9880
งาม มั๊ก...มาก
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 24 พ.ค. 2550 (09:10)
9881
http://web.zjdyzx.com/lsz/zrcx/Article/sjjd/200609/490.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 24 พ.ค. 2550 (09:12)
9882
ซามูไร http://web.zjdyzx.com/lsz/zrcx/Article/sjjd/200609/490.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 24 พ.ค. 2550 (09:17)
http://www.qiji.cn/drupal/node/1843
9883

maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 24 พ.ค. 2550 (09:17)
9884
http://www.qiji.cn/drupal/node/1843
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 24 พ.ค. 2550 (09:21)
9885
หนังเกี่ยวกับซามูไรญี่ปุ่น http://www.southcn.com/ent/zhuanti2/heizeming/news/200307080543.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 24 พ.ค. 2550 (09:26)
9886
อันนี้แหละ ที่หามานาน http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 24 พ.ค. 2550 (09:27)
9887
http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 24 พ.ค. 2550 (09:27)
9888
http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 24 พ.ค. 2550 (09:31)
9889
ภาพวาดสวยๆคับ http://bbs.186.com/read.bbscs?bid=109&id=1907&page=1
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 24 พ.ค. 2550 (09:32)
9890
http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 24 พ.ค. 2550 (09:32)
9891
http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 24 พ.ค. 2550 (09:34)
9892
http://hi.baidu.com/gayer/blog/item/99130df49d20a66eddc47499.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 24 พ.ค. 2550 (09:35)
9893
ซามูไรยิงปืน
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 24 พ.ค. 2550 (09:38)
9894
这是一场日本切腹仪式的表演,图中穿白衣的日本男人在友人相伴下“切腹自杀”。日本武士道精神鼓吹杀身成仁,舍身取义。“切腹自杀”是“最高的合理行动”,是保全面子的一种方式。二战期间,许多日本官兵不愿投降或者被俘,采取切腹方式自杀,以此维护“荣誉”。 http://pic.people.com.cn/GB/42590/3615245.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 24 พ.ค. 2550 (09:39)
9895
 新华社发 http://pic.people.com.cn/GB/42590/3615245.html
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 24 พ.ค. 2550 (09:46)
9896
กระบี่ 7 ดาว http://bbs.object.com.cn/showthread.php?t=26951&goto=nextoldest
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 24 พ.ค. 2550 (09:51)
9897
日本艺妓生活大揭密[组图] http://life.icxo.com/htmlnews/2006/01/05/750434_0.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 25 พ.ค. 2550 (08:10)
10039
ภาพวาดจากจีนสวยๆ คับ http://bbs.186.com/read.bbscs?bid=109&id=1907&page=1
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 25 พ.ค. 2550 (08:12)
10040
http://cgi.ebay.com.cn/ws/eBayISAPI.dll?ViewItem&item=330118970806
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 25 พ.ค. 2550 (08:15)
10041
小堀鞆音 「武士(もののふ)」 1897年 東京芸大美術館所蔵

ช่วงยุคสมัยแห่งกฎของซามูไร คำว่า ยุมิโตะริ (「弓取」, Yumitori, 弓取?) ที่จริง ๆ แล้วแปลว่า “มือธนู” ได้ถูกนำมาใช้เป็นชื่อตำแหน่งอันทรงเกียรติสำหรับนักรบที่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าในขณะนั้น ทักษะการใช้ดาบจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าทักษะการใช้ธนูก็ตาม (เชื่อกันว่านักแม่นธนูของญี่ปุ่น (คิวญึตสึ) มีสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงและมั่นคงกับเทพเจ้าแห่งสงครามฮาจิมัง)
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 25 พ.ค. 2550 (08:33)
10042
การฝึกฝนการยิงธนูบนหลังม้าได้กลายเป็นพิธีกรรมชินโตที่ชื่อ ยาบุซาเมะ (「流鏑馬」, Yabusame, 流鏑馬?))
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 30 พ.ค. 2550 (22:14)
ใครที่ได้ดูเมก้าเคลเวอร์จะเห็นว่า ระหว่างลูกปืนกับดาบซามูไรนั้น ดาบถือว่าเหนือมากอยูทีเดียว หากยิงกระสุนปืนใส่คมดาบแล้ว กระสุนที่ทำด้วยตะกั่วหนาหนักจะแยกเป็นสองซีกทันที โดยที่ตัวดาบไม่มีการบิ่นงอใดใดทั้งสิ้น
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 4 มิ.ย. 2550 (10:26)
11253
五穀豊穣を祈る神事 流鏑馬(やぶさめ) http://miyazaki.daa.jp/miyazakijingu/yabusame/index.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 4 มิ.ย. 2550 (10:28)
11254
義家知伏図

絹本着色 http://www8.plala.or.jp/kawakiyo/kiyo75.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 4 มิ.ย. 2550 (19:06)
.....
supernova_boy
ร่วมแบ่งปัน2553 ครั้ง - ดาว 5 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 23 ม.ค. 2551 (11:30)
หากพูดซามูไรสำหรับผมนั้นถือได้ว่าเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมมาก ในญี่ปุ่นมีนักรบอยู่สองประเภทใหญ่ๆ คือซามูไรที่อยู่ด้านสว่าง และนินจาที่อยู่ด้านมืด แต่ก็มีคำกล่าวว่านินจาคือด้านมืดของซามูไร ซามูไรบางคนอาจได้รับการฝึกวิชานินจาเพื่อลอบสังหาร แต่ถ้าพูดถึงซามูไร พวกเขายึดถือในปรัชญาและบูชิโด เราอาจจะเคยเห็นภาพยนต์ที่พอซามูไรทำงานผิดพลาดก็จะต้องทำฮาราคีรีหรือการคว้านท้อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และการยึดมั่นในหลักการเป็นอย่างมาก แต่ก็นั่นแหละ โลกในยุคปัจจุบันได้กลืนหายนักรบที่เรียกว่าซามูไรไปหมดแล้ว ซามูไรในตำนานที่เราพอจะเห็นได้ก็คงจะมีแต่ในหนังกับการ์ตูนเท่านั้น แต่ถ้าหากย้อนเวลาได้ผมก็อยากลองเป็นซามูไรเหมือนกันนะครับ
เคนไซ
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 120 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 31 ม.ค. 2551 (12:40)
หลังจากที่ผมได้ดู"อาซูมิ"ผมก็รู้สึกชอบดาบญี่ปุ่นมากๆเลยครับเรียกว่าหลงไหลได้เลยล่ะ

และผมก็ชอบซามูไรญี่ปุ่นมากๆหลังจากที่ได้อ่าน"มูซาชิ"และ"เคียว"ถึงขนาดอยากจะอ่านภาษาญี่ปุ่นให้ออกเพื่อที่จะได้ศึกษาวิถีบูชิโด:)



ปล.ผมก็อยากเป็นซามูไรเหมือนกันครับคุณเคนไซ
74574

Yukimura
ร่วมแบ่งปัน57 ครั้ง - ดาว 130 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 23 พ.ค. 2551 (22:02)
93977
Samurai Armor



1. Oyoroi (12th century)
2. Pair of bows (yumi) and quiver on traveling rack
3. Domaru (16th century style)
4. Kabuto (early style)
5. Kabuto (16th century)

maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 23 พ.ค. 2551 (22:06)
93978
http://images.google.co.th/url?q=http://www.samurai-swords-handmade.com/&usg=AFQjCNGsNPJoeqeH533FZibDYKhTHdOQNw
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 23 พ.ค. 2551 (22:06)
93979
http://images.google.co.th/url?q=http://www.samurai-swords-handmade.com/&usg=AFQjCNGsNPJoeqeH533FZibDYKhTHdOQNw
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 23 พ.ค. 2551 (22:10)
93980
http://images.google.co.th/url?q=http://www.samurai-swords-handmade.com/&usg=AFQjCNGsNPJoeqeH533FZibDYKhTHdOQNw
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 23 พ.ค. 2551 (22:11)
93981
http://www.hdgamenews.com/uploaded_images/samurai-sword-785224.jpeg
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 24 พ.ค. 2551 (00:38)
93997
http://www.answers.com/topic/samurai
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 24 พ.ค. 2551 (00:40)
93998
http://www.hapkido.de/khoshrou/samurai.htm
maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 30 ก.ย. 2551 (23:50)

Warrior in domaru armor

 


 
















 





























































1 samurai-eboshi
2 moro-gote
3 yoroi-no-hitatare
4 koshigatana
5 naginata
6 sune-ate
7 midare-o
8 gyoyo
9 Oshitsuke-no-ita
10 kusazuri
11 habaki
12 hattoh-gutsu
13 yoroi-no-hitatare-no shimo
14 kuro-ito-mune-akaodoshi


http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.iz2.or.jp/fukusyoku/busou/images/076-c.gif&imgrefurl=http://www.iz2.or.jp/english/fukusyoku/busou/3.htm&h=663&w=237&sz=20&hl=th&start=10&um=1&usg=__eQ5X7MPD10ntcbg0R11YZ2iiCWw=&tbnid=HmZDSZjWo-hnEM:&tbnh=138&tbnw=49&prev=/images%3Fq%3DDomaru%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DG


maeada_wai
ร่วมแบ่งปัน277 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม